วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความในใจของผู้หญิง ที่ผู้ชายควรรู้



ความเข้าใจไปในคนละทางคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักมีปัญหา ผู้ชายมักคิดว่าผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยาก ส่วนผู้หญิงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายไม่เคยรู้ใจ บ้างเลยนะ จะว่าไปแล้วปัญหาเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว เพราะคงไม่มีใครเข้าใจกันทุกเรื่องหรอกจริงไหม อย่างไรก็ตาม หากเรารู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรก็คงจะดีกว่าไม่รู้อะไรเลยใช่ไหมล่ะ

เป็นคนชอบเปิดเผยความรู้สึก
      แม้ว่าผู้ชายหลายคนอาจบอกว่าผู้หญิงปากไม่ตรงกับใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกไม่สบายใจแล้วล่ะก็ เป็นธรรมดาที่เธออยากจะเปิดเผยความรู้สึกให้คุณได้รับรู้เสมออยู่แล้ว ลองเปิดใจคุยกับเธออย่างนุ่มนวล แล้วแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร เชื่อเถอะว่าการพูดคุยกันอย่างเข้าอกเข้าใจจะช่วยให้เห็นทางออกของปัญหาเสมอ

ไม่ชอบให้แฟนมองสาวอื่น
      เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้เวลาอยู่กับแฟนสาว พยายามอย่าชายตามองหญิงอื่นให้มากนัก รวมถึงห้ามเอ่ยชมสาวอื่นต่อหน้าเธอด้วย เพราะเธออาจคิดว่าคุณสนใจคนอื่นมากกว่า ขอให้ทุ่มความสนใจไปที่เธอคนเดียว เพื่อเป็นการสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษให้คุณทั้งสองคนจะดีที่สุด

ใส่ใจวันสำคัญบ้าง
      ในชีวิตของคนเราอาจมีวันพิเศษได้หลากหลายโอกาส แต่สำหรับคู่รักมักมีวันพิเศษอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาตามแต่เหตุการณ์สำคัญในชีวิตอยู่เสมอ และในฐานะที่ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายดูแลผู้หญิง คุณควรใส่ใจกับวันสำคัญเหล่านี้ให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามลืมวันครบรอบที่คบกันหรือวันเกิดของเธอเด็ดขาด เพราะอาจทำลายความรู้สึกของแฟนสาวมากกว่าที่คุณคิด

ไปช้อปปิ้งกันหน่อยสิ
      เป็นที่รู้กันดีว่าผู้หญิงเกิดมาคู่กับการช้อปปิ้ง เธอคิดว่านี่เป็นเสมือนการบำบัดรูปแบบหนึ่งที่ผู้ชายไม่เคยเข้าใจ และผู้ชายส่วนใหญ่มักเบื่อหน่ายกับการออกไปช้อปปิ้ง กับสาว ๆ แต่เราอยากให้ลองเปลี่ยนทัศนคติและเอ็นจอยกับกิจกรรมนี้ดูบ้าง เพราะหากมองอีกมุมหนึ่ง การช้อปปิ้ง คือกิจกรรมที่ช่วยให้คุณทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกัน และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นได้

ให้ความสำคัญกับเพื่อนของเธอหน่อย
      ผู้หญิงแต่ละคนมีเพื่อนคู่คิดไว้คอยให้คำปรึกษาหรือถามความเห็นเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ หากต้องการทำให้เธอประทับใจ คุณควรทำให้เพื่อนของเธอประทับใจด้วยเช่นกัน ถ้าทำได้แบบนี้รับรองว่าทุกอย่างจะราบรื่นอย่างแน่นอน

อยากได้รับคำชื่นชม
      ผู้หญิงอยากได้รับคำชมจากคนที่เธอรักบ้างในบางโอกาส ไม่ใช่เพราะเธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคงหรือไม่มั่นใจในตัวเองแต่อย่างใด หากคุณชื่นชอบสิ่งใดในตัวเธอก็จงบอกความในใจนั้นออกไปเสียบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของความรัก เพราะมันเป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้กับแฟนสาวของคุณได้เป็นอย่างดี

ชอบผู้ชายตลก
      ไม่ว่าใครก็ชอบอยู่กับคนอารมณ์ดีด้วยกันทั้งนั้น แน่นอนว่าผู้หญิงทั้งหลายก็ชอบอยู่กับผู้ชายอารมณ์ดีเช่นกัน ดังนั้น ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะพูดหรือทำอะไรก็ตาม ให้ถือคติตลกไว้ก่อนตราบใดที่ไม่ไปทำร้ายความรู้สึกหรือจี้ปมใด ๆ ของเธอ แต่ถ้าหากคุณไม่ใช่คนตลกโดยนิสัย ลองจำมุกตลกจากที่ไหนมาเล่นก็ได้ รับรองว่าเธอต้องชอบแน่นอน

ผู้หญิงชอบอ่านใจผู้ชาย
      ผู้หญิงมักชอบตั้งคำถามจากฝ่ายชายเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องในอนาคตอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะว่าเธออยากถอดรหัสความคิดของฝ่ายชายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ แถมยังเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณทั้งสองคน รู้จักตัวตนของกันและกันได้ดียิ่งขึ้น

ต้องการคนข้างกายเสมอ
       ผู้หญิงทุกคนต้องการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายที่เชื่อถือและไว้ใจได้ ในบางครั้งแฟนสาวของคุณอาจไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือใด ๆ จากคุณโดยตรง แต่รู้ไว้เถอะว่าที่จริงแล้วเธอต้องการผู้ชายที่คอยอยู่เคียงข้างและพร้อมช่วยเหลือเธอได้ทุกเมื่อ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเสมือนมีคนคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา

เป็นสุภาพบุรุษบ้างก็ดีนะ
      ถึงแม้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะรู้สึกแปลก ๆ กับการที่คอยให้ผู้ชายเปิดประตูหรือเลื่อนเก้าอี้ให้ตลอดเวลา แต่พวกเธอก็คิดว่าผู้ชายควรจะปฏิบัติกับเธอเยี่ยงสุภาพบุรุษเช่นนี้บ้างในบางครั้ง เพราะมันทำให้พวกเธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับฝ่ายชาย

แสดงความรักในที่สาธารณะบ้าง
      รู้หรือไม่ว่าผู้หญิงชอบให้แฟนของเธอเดินโอบไหล่หรือหอมแก้มในที่สาธารณะบ้างในบางครั้ง คุณผู้ชายส่วนใหญ่อาจไม่กล้าแสดงท่าทีดังกล่าวต่อหน้าคนหมู่มาก หรือคุณคิดว่าเธอจะรู้สึกเขินอายทุกครั้งไป แต่เชื่อเถอะว่าตราบใดที่การแสดงออกเหล่านั้นไม่ดูหื่นกระหายจนเกินไป ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบทั้งนั้นแหละ

อย่าทำตัวสองมาตรฐาน
      หากคุณไม่อยากให้แฟนพูดคุยกับผู้ชายแปลกหน้า หรือห้ามไม่ให้เธอออกไปท่องราตรี คุณก็ควรทำแบบนั้นให้ได้บ้างเช่นกัน อย่าพยายามควบคุมชีวิตเธอในขณะที่คุณเป็นฝ่ายเดียวที่เอาแต่ใจ สามารถทำทุกอย่างได้ตามชอบ เพราะผู้หญิงเขารู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมและแอบน้อยใจอยู่ลึก ๆ เหมือนกันนะ

ฟังกันบ้างไม่อย่างนั้นจะอดของดี
      อำนาจในการต่อรองเรื่องบนเตียงคือสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงมีเหนือผู้ชาย เมื่อใดก็ตามที่เธอต้องการคุยแบบเปิดอกหรือเคลียร์เรื่องบางอย่างให้ชัดเจน แต่คุณผู้ชายกลับเลือกที่จะเดินหนี ไม่ฟังคำอธิบาย หรือหัวเราะใส่เสียอย่างนั้น ระวังให้ดีเถอะ เธออาจทำให้คุณหลาบจำด้วยการงดกิจกรรมเข้าจังหวะในห้องนอนก็เป็นได้

ทำตัวให้สมความเป็นชายหน่อย
      สำหรับผู้หญิงแล้ว ความเป็นชายไม่ได้วัดกันที่ใครกล้ามใหญ่กว่าหรือแข็งแรงกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ดีกว่ากัน ผู้ชายบางคนที่รูปหล่อกล้ามโตแต่กลับช่วยเหลือตัวเองหรือตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ไม่ได้ บางทีผู้หญิงก็ไม่สนเหมือนกันนะจะบอกให้

บางครั้งต้องแกล้งทำว่าฟินเรื่องบนเตียง
      หลายครั้งที่ผู้หญิงไม่เสร็จสมอารมณ์หมายในเรื่องบนเตียง แต่พวกเธอก็พยายามแสดงอาการพึงพอใจต่อการกระทำของฝ่ายชาย สิ่งที่ผู้หญิงอยากบอกในประเด็นนี้คือ พวกเธอส่งสัญญาณตั้งมากมายว่าไม่ได้รับความสุขบนเตียงอย่างเต็มที่ แค่อยากให้คุณผู้ชายสังเกตเห็นอาการเหล่านั้นอย่างใส่ใจบ้างก็เท่านั้นเอง

มองข้ามข้อบกพร่องเสียบ้าง
      ผู้หญิงส่วนใหญ่มักพยายามดูแลตัวเองให้ดูดีที่สุดในสายตาของแฟนหนุ่มอยู่เสมอ แต่ก็มีบ้างที่พวกเธออยากจะปล่อยตัวตามสบายในบางวัน ดังนั้น หากคุณเจอกับเธอในสภาพที่ปราศจากเครื่องสำอาง ก็อย่าไปล้อเลียนหรือแซวแล้วกัน เพราะยังไงเธอก็คือแฟนคนเดิมของคุณอยู่ดีนั่นแหละ

ทำอย่างไรให้ลูกนิ่งเป็น..เย็นได้

ปัญหาใหญ่ของเด็กในวันนี้ คือ นิ่งไม่เป็น เย็นไม่ได้ นั่นหมายความว่า เด็กสมัยนี้มีความอดทนน้อยลง อดทนต่อการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือแม้แต่การเล่นอะไรๆ อย่างใจจดจ่อก็น้อยลง อดทนต่ออารมณ์ของตัวเองน้อยลง ทำให้มีความก้าวร้าวมากขึ้น อารมณ์ฉุนเฉียวง่ายขึ้นเมื่อ..ยุคเปลี่ยน สมัยเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ชีวิตประจำวันของคนเปลี่ยน สถานภาพของครอบครัวเปลี่ยน วิถีของความเป็นพ่อแม่เปลี่ยน ที่สุด คือ พฤติกรรมของลูกในยุคนี้สมัยนี้จึงเปลี่ยนตามไปด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้
เทคโนโลยีเข้ามา  มีบทบาทต่อชีวิตของผู้คนมากขึ้น ทำให้ได้รับข่าวสารต่างๆ ทั้งดีและร้ายเร็วมากขึ้น เร็วขนาดที่บางคนไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามาแล้ว เปลี่ยนแล้ว ไปแล้ว และมีเรื่องราวใหม่มาแทนแล้ว
เด็กที่เกิดมาท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเช่นนี้ จึงมีวิถีที่ ‘เร่ง รีบ เร็ว ล่ก ลวก’
ต้องเข้าใจว่า วิถีชีวิตของลูกยุคนี้จึงใช้เทคโนโลยีเร็วกว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ ได้รับข่าวสารต่างๆ ทั้งดีและร้ายเร็วกว่าพ่อแม่ ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่ช่วยระงับยับยั้ง ไม่ช่วยคัดกรอง ไม่ช่วยอยู่เป็นพี่เลี้ยงที่ดีและใกล้ชิด ลูกจะตกเป็นเหยื่อจากเทคโนโลยีได้ง่ายๆ และในทันที
ขอถามหน่อยนะว่า..
พ่อแม่คนไหนเล่นแท็บเล็ตกับลูกเล็กๆ บ้าง..ยกมือขึ้น
พ่อแม่คนไหนเล่นเกมคอมพิวเตอร์กับลูกเล็กๆ บ้าง..ยกมือขึ้น
พ่อแม่คนไหนเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือกับลูกๆ บ้าง..ยกมือขึ้น
พ่อแม่คนไหนดูทีวีกับลูกเล็กๆ บ้าง..ยกมือขึ้น
รู้รึเปล่าว่าทั้งหมอ นักวิชาการ และนักพัฒนาการเด็ก พูดตรงกันว่า นี่คือ ‘ของต้องห้าม’ สำหรับลูกเล็กๆ โดยมีงานวิจัยทุกประเทศทั่วโลกออกมายืนยันตรงกันอย่างชัดเจนว่าถ้าให้ลูก วัย 0 – 5 ปี เล่นแท็บเล็ต เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือหรือดูทีวีจะทำให้ลูก    สมาธิสั้นนิ่งไม่เป็น เย็นไม่ลง และมีผลโดยตรงกับสมองของลูก
ลูกยังเล็ก..ไม่รู้เรื่องหรอก เรื่องนี้ต้องจัดการกับพ่อแม่ เพราะเป็นคนหามาให้ลูก หรือไม่ก็ทำให้ลูกเห็น เป็นให้ลูกดูแถมยังชี้ชวนให้ลูกเล่นซะด้วย
พูดไปก็เท่านั้น..เอาเป็นว่า ถ้าพ่อแม่คนไหนที่รักลูกจริงดั่งปากว่า เอาเวลาที่พ่อแม่ใช้ในการเล่นแท็บเล็ต เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือหรือดูทีวีกับลูกมาทำอะไรดีๆ ที่สนุกๆ กับลูกแทนดีกว่าไหม มีกิจกรรมและกิจวัตรมากมายที่ทำให้ลูกได้ฝึกฝนความอดทด ฝึกการทำอย่างมีสมาธิ และทำให้ลูกนิ่งเป็น เย็นได้ อย่าอ้อยอิ่ง..เริ่มกันเลยเพราะลูกโตขึ้นทุกวัน..รอไม่ได้แล้ว
ชวนลูกดูอะไรๆ ที่เจริญหูเจริญตา ดูแมกไม้ สายธาร สายลม แสงแดด สิงสาราสัตว์ หรือจะเป็นภาพสวยๆ ในหนังสือภาพสำหรับเด็กก็ได้ หนังสือมากมายหลายเล่มที่มีภาพประกอบสดใส สวยงาม บุคลิกภาพของตัวละคร สนุกสนาน สร้างความประทับใจให้แก่เด็กตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ มีคุณค่าและมีความหมาย มีความชัดเจนและสามารถเล่าเรื่องได้อย่างดี แม้นลูกยังอ่านคำไม่ได้ แต่ลูกสามารถอ่านจากภาพได้อย่างสนุกสนาน ผสานกับความจำในเรื่องราวที่พ่อแม่เคยอ่านให้ฟังมาก่อน ก็สนุกไม่รู้แล้ว
ชวนลูกฟังคำที่รื่นหู ความที่ไพเราะ เพลงเพราะๆ เบาๆ ฟังสบายๆ หรือจะเล่าเรื่องราวดีๆ เล่านิทานดีๆ ที่มีเรื่องราวง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เข้าใจได้ง่าย ใช้ภาษาที่ง่ายๆ สละสลวย มีคำซ้ำ ย้ำ ทวนอย่างได้ใจความและมีความหมายทำให้ลูกเพลิดเพลินเจริญหูเจริญใจ
ชวนลูกท่องคำกลอนง่าย บทร้องเล่นสนุกๆ สวดมนต์เบาๆ หรือเข้าสมาธิด้วยการท่องคำสอนของแต่ละศาสนาก็ได้..ก็ดีนะ
ชวนลูกร้องเพลง ต้องเป็นเพลงเด็ก เพลงดี ไม่ใช่เพลงที่อัปมงคลนะ หรือจะหาเพลงนิทานสนุกๆ มาร้องให้ลูกฟัง แล้วชี้ชวนให้ลูกร้องเล่นเต้นระบำตามจังหวะไปด้วย ก็ครึกครื้นดี
ชวนลูกเล่นอะไรสนุกๆ ที่ลูกจะได้ปีน ป่าย ไต่ ลอด มุด มอด หรือกระโดดโลดเต้น ก็ได้ความแข็งแรงและทนทานของร่างกาย ไปพร้อมๆ กับมีสมาธิในขณะที่เล่น
ชวนลูกเล่านิทานสนุกๆ เล่าเรื่องราวดีๆ เล่าถึงความรักของปู่ย่าตายาย หรือหยิบรูปเก่าๆ แล้วเล่าเรื่องที่เคยพาลูกไปตามที่ต่างๆ ก็สนุกไม่หยอกนะ
ชวนลูกอ่านหนังสือภาพที่มีภาพประกอบงามๆ คำดีๆ เนื้อหาเด็ดๆ..ก็ดีต่อลูกมากนะ ยืนยันได้จากการศึกษาวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย 3 – 5 ปี ที่เข้าร่วมโครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart ที่มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในพฤติกรรมของเด็กในโครงการโดยดูจากผลการทดสอบตามแบบทดสอบสมรรถนะของเด็กปฐมวัยในการพัฒนาตามวัย Thailand Early Childhood Behavioral Competency ที่นำมาเทียบเคียงกับเด็กปฐมวัยทั่วไปในวัยเดียวกันทั้งประเทศไทย พบว่าเด็ก  ในโครงการมีสมรรถนะในการพัฒนาตามวัยดีกว่าเด็กทั่วไปในทุกด้าน
หรือ..ชวนลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวของลูกเอง เก็บที่นอนเอง อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันเอง แต่งตัวเอง กินข้าวเอง หรือทำอะไรๆ ที่เป็นภารกิจในกิจวัตรประจำวันของตัวเองด้วยตนเอง โดยมีพ่อแม่เป็นพี่เลี้ยงที่ดี หรือกิจกรรมที่สนุกสนานสร้างสรรค์ปัญญา..ก็น่าจะดีนะ
ทำเถอะ..เพราะในช่วงวัยทองแท้ 5 – 6 ปีแรกของชีวิต ถ้าพ่อแม่ไม่ปลูกฝังอะไรดีๆ ให้ลูกก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด ลูกจะเสียโอกาส เพราะเวลาช่วงที่ว่านี้ผ่านแล้วผ่านเลยนะ เหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ โง่แล้วโง่ถาวรเลย
ดังนั้น..การลงทุน ลงแรง ลงใจกับลูกในช่วง 6 ปีแรกนั้น ลงเท่าไรก็ไม่เสียหลายหรอก แต่ต้องลงอย่างมีสติใช้ปัญญาและต้องใช้ความรู้คู่ความรัก
ถ้าทำได้ รับรองเลยว่าจะได้ผลรับมากกว่าไปทุ่มตอนเรียนหนังสือในชั้นประถมหรือมัธยมเสียอีกเพราะว่าสมองลูกในช่วง 6 ปีแรกมีการเติบโตสูงสุด จึงมีความพร้อมมากกว่ากันเยอะอย่างคาดไม่ถึง พอหลังจากนี้ลูกจะโตด้านร่างกายมากกว่าจิตใจ ทุกเรื่องที่ลูกเรียนรู้ในช่วงวัยนี้ จะถูกเก็บข้อมูลนั้นไว้เกือบหมด ต่อจากนั้นสมองก็จะมีหน้าที่เรียบเรียงและจัดสรรให้เป็นระบบระเบียบ
ถ้าพ่อแม่ไม่รีบช่วงชิงทำอะไรดีๆ ในช่วงนี้ หลายอย่างจะสายเกินไป แล้วจะมานั่งเสียใจ เสียดาย แล้วฟูมฟายว่า..
“รู้งี้….” ไม่มีใครมาสงสารหรอกนะ เพราะทำตัวเองนี่